แนวคิด: ปรัชญาการศึกษา



แนวคิดในพุทธธรรมที่นำไปใช้ในโรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่กาญนจบุรี เพราะหลักความเป็นจริงที่เป็นกลางตามธรรมชาติ พูดถึงชีวิตนั้นคือ ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีข้อปฏิบัติที่เป็นกลางตามกฎธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับกฏเกณฑ์ในธรรมชาติของโลกและชีวิต การศึกษาแบบพุทธจึงเป็นไปเพื่อให้ปัญญาและกรุณางอกงามขึ้นในจิตในของมนุษย์ตามลำดับ

จุดมุ่งหมายของการทำโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก คืออยากจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการจัดการศึกษาอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งคิดว่าเหมาะสมกับเด็กในสังคมไทยนั้นเป็นอย่างไร เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีของหมู่บ้านเด็กเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด แต่เราอยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นี่เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถจะใช้แก้ปัญหาได้ เพราะเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมามีปมปัญหาอันเกิดจากเหตุปัจจัยต่างๆมากมาย อาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิด เกิดจากการอยู๋ในสิ่งแวดล้อมที่ผิด ปมนี้ก็จะควบคุมกำหนดบุคลิกภาพและการกระทำของเด็กจนถึงผู้ใหญ่ เพราะถ้าการศึกษาไม่สามารถไปแก้ปมปัญหาของมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น ทางโรงเรียนหมู่บ้านเด็กจึงสนในการแก้ปมปัญหาภายในตัวของเด็ก เพื่อต้องการให้เด็กไปสู่การมีชีวิตที่ดี

การศึกษาทางเลือกกับสังคมไทย

จากความพยายามหลุดพ้นเผด็จการทางความคิดในวงการศึกษาไทย ได้เกิดจุดเปลี่ยนและก่อกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษามาพร้อมกับคำว่า “เสรีภาพและการปกครองตนเอง และเรียนตามสบาย” โดย “ทำโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก ไม่ใช้ทำเด็กให้เหมาะกับโรงเรียน” จึงเป็นการจุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย

โรงเรียนหมู่บ้านเด็กที่เกิดขึ้น คือที่มาของการศึกษาทางเลือก ที่ประกาศตัวเองเป็นอิสระจากการจองจำทางปัญญาและความรู้ที่กำหนดโดยรัฐ และปฏิเสธการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่กำหนดให้ประชาชนรู้ในสิ่งที่รัฐต้องการให้รู้ และไม่ให้รู้ในสิ่งที่รัฐไม่ต้องการให้รู้

แนวคิดการศึกษาทางเลือก

การศึกษาทางเลือกมีแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานทางจิตวิทยา ปรัชญา และศาสนธรรม มนุษยธรรมและชุมชนที่หลากหลาย ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดตั้งแต่ฟรอยด์, จอห์น ดุย, มองเตสซอรี่, วอลดอล์ฟ,กฤษณามูรติ,เอ เอส.นีล, นีโอฮิวแมนนิส ฯลฯ

สาระของการศึกษาทางเลือก

เนื้อหาสาระตั้งแต่เรื่องของตัวเอง เรื่องรอบตัว จากใกล้ตัวถึงไกลตัว จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุและธรรมชาติ จากภายใน (จิตวิญญาณ) ถึงภายนอก เรียนเรื่องมนุษย์ สัตว์ พืช และจักรวาล สุดท้ายคือเรียนรู้การอยู่รวมกันอย่างสันติและเรียนรู้การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ (การได้มาซึ่งปัจจัยสี่) โดยเห็นแก่ตัวน้อยที่สุด พึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุด และทำร้ายผู้อื่นให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเรา หรือสัตว์โลกและรวมถึงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

การปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิดการศึกษาทางเลือก

จากเจตนารมณ์ทางการศึกษาก่อให้เกิด พรบ.การศึกษาประการใช้เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งวางแนวทางเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่สิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำหนดให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพสถานบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคม มีสิทธิจัดการศึกษาได้ และมีการกำหนดให้มี ๓ รูปแบบ คือการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

  • การประการการศึกษาทางเลือก เป็นการประกาศอิสระภาพของมนุษย์ที่ในประวัติศาสตร์ได้ถูกจองจำทางปัญญาและความรู้โดยระบบการปกครองของผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ใช้ระบบการศึกษาสะกดคนให้ยอมจำนนต่อระบบและโครงสร้างที่อยุติธรรมและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการพัฒนามนุษย์ในทุกๆด้าน เพียงใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือของระบบการเมืองและการปกครอง รวมทั้งระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่

    การศึกษาทางเลือกเป็นการแย่งชิงพื้นที่ของสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาให้กับบุตรหลานของเรา เป็นการแย่งชิงพื้นที่ของสิทธิและเสรีภาพการจัดการศึกษาไว้ในส่วนภาคประชาชน หลักของการศึกษาทางเลือก ควรอยู่บนหลักของสิทธิมนุษยชน ที่วางอยู่บนพื้นฐานของเสรีภาพ ความเสมอภาพและภาดรภาพ และหลุดพ้นไปจากกรอบความคิดชาตินิยมที่คับแคบ รวมทั้งกรอบของลัทธิการเมือง ลัทธิทางศาสนา และประเพณีนิยม ในที่สุดประชาชนต้องมีอิสระภาพจากระบบที่นุษย์สร้างมาจำกัดตัวตนของเขาไว้
    นายพิภพ ธงไชย,คำประกาศคำปณิธานการศึกษาทางเลือก